Jobverse

จ้างเหมาบริการ “ผู้เชี่ยวชาญพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ” กิจกรรมที่ 3.6.2

baan-dek·Bangkok

🇹🇭 TH

View & apply on company site →

Working environment เหตุผลความจำเป็นที่ต้องจัดจ้าง

การดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพในประชากรกลุ่มเฉพาะจำเป็นต้องมีระบบติดตามและเก็บข้อมูลที่สามารถสะท้อน  การเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมสุขภาพ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับประชากรกลุ่มเป้าหมาย  ได้อย่างเหมาะสมและเป็นระบบ เพื่อให้สามารถประเมินได้ว่ากิจกรรมหรือกระบวนการที่ดำเนินงานก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่พึงประสงค์มากน้อยเพียงใด รวมถึงสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการพัฒนาการดำเนินงานและการกำหนดแนวทางเชิงนโยบายต่อไป

อย่างไรก็ตาม ประชากรกลุ่มเฉพาะมีบริบทและข้อจำกัดที่แตกต่างจากประชากรทั่วไป ทั้งด้านภาษา การศึกษา วัฒนธรรม สภาพแวดล้อมทางสังคม และรูปแบบการเข้าถึงบริการสุขภาพ ดังนั้น เครื่องมือเก็บข้อมูลจึงไม่สามารถใช้แบบประเมินทั่วไปได้โดยตรง แต่ต้องได้รับการออกแบบให้  สอดคล้องกับบริบทของประชากรกลุ่มเฉพาะ เข้าใจง่าย สามารถนำไปใช้ในพื้นที่จริง และวัดการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้อย่างน่าเชื่อถือ

การจัด  เวทีพัฒนาเครื่องมือการเก็บผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงประชากรกลุ่มเฉพาะ  จึงมีความจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเครื่องมือ การวัดและประเมินผล การวิจัยเชิงพฤติกรรมสุขภาพ และการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนการกำหนดกรอบผลลัพธ์ ตัวชี้วัด และวิธีการเก็บข้อมูลที่เหมาะสม รวมถึงช่วยเชื่อมโยงระหว่าง  บริบทของประชากร กระบวนการดำเนินงาน และผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง  ให้สามารถนำไปใช้ในการติดตามผลได้จริง

ผู้เชี่ยวชาญจะมีบทบาทสำคัญในการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือที่สามารถเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งในระดับ  บุคคล กลุ่ม และพื้นที่  เช่น ความรู้และความรอบรู้ด้านสุขภาพ การเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การมีส่วนร่วมของประชากรกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของกลไกหรือสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาวะ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมของวิธีการเก็บข้อมูลและความสามารถในการนำข้อมูลไปวิเคราะห์และสังเคราะห์ผลลัพธ์

ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องจัดจ้างผู้เชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และร่วมดำเนินกระบวนการในเวทีพัฒนาเครื่องมือดังกล่าว เพื่อให้ได้  เครื่องมือที่มีกรอบแนวคิดชัดเจน มีความเหมาะสมกับประชากรกลุ่มเฉพาะ สามารถใช้เก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นระบบ และสามารถนำผลที่ได้ไปใช้ในการติดตามประเมินผล การสังเคราะห์บทเรียน และพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม

Your Mission ขอบเขตการดำเนินงาน ( Scope of Work) ผู้รับจ้างในฐานะผู้เชี่ยวชาญพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ สำหรับเวทีพัฒนาเครื่องมือการเก็บผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงประชากรกลุ่มเฉพาะ มีขอบเขตการดำเนินงาน ดังนี้

1.  ศึกษาและทบทวนกรอบการดำเนินงาน

  • ศึกษาวัตถุประสงค์ กลุ่มประชากรเป้าหมาย และบริบทของการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพประชากรกลุ่มเฉพาะ
  • ทบทวนข้อมูล บทเรียน เครื่องมือ และตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับการวัดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและผลลัพธ์ทางสุขภาพ
  • วิเคราะห์ข้อจำกัดและความเหมาะสมของเครื่องมือที่มีอยู่ เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนาเครื่องมือ

2.  พัฒนากรอบแนวคิดการเก็บผลลัพธ์

  • กำหนดกรอบแนวคิดสำหรับการติดตามการเปลี่ยนแปลงของประชากรกลุ่มเฉพาะ
  • เชื่อมโยง บริบทประชากร  →  กระบวนการ/กลไกการดำเนินงาน  →  การเปลี่ยนแปลงด้านความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม  →  ผลลัพธ์ด้านสุขภาพ
  • กำหนดประเด็นและมิติที่ควรติดตามทั้งในระดับบุคคล กลุ่ม และพื้นที่
  • เสนอแนวทางกำหนดตัวชี้วัดที่สามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเป็นรูปธรรม

3.  ออกแบบและพัฒนาเครื่องมือ

  • ออกแบบเครื่องมือเก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้เหมาะสมกับประชากรกลุ่มเฉพาะ
  • พัฒนาคำถาม ตัวชี้วัด เกณฑ์การประเมิน และวิธีการเก็บข้อมูล
  • คำนึงถึงข้อจำกัดด้านภาษา การศึกษา วัฒนธรรม และความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย
  • ออกแบบเครื่องมือให้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในรูปแบบกระดาษและ/หรือระบบดิจิทัลตามความเหมาะสม

4.  ดำเนินกระบวนการในเวทีพัฒนาเครื่องมือ

  • นำเสนอกรอบแนวคิดและหลักการออกแบบเครื่องมือแก่ผู้เข้าร่วมเวที
  • อำนวยกระบวนการระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
  • สนับสนุนผู้เข้าร่วมในการพิจารณาความเหมาะสมของตัวชี้วัดและข้อคำถาม
  • รวบรวมข้อเสนอแนะและนำมาปรับปรุงเครื่องมือให้สอดคล้องกับบริบทการดำเนินงานจริง

5.  ทดลองและตรวจสอบคุณภาพของเครื่องมือ

  • เสนอแนวทางการทดลองใช้เครื่องมือกับกลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มที่มีบริบทใกล้เคียง
  • ตรวจสอบความชัดเจน ความเข้าใจง่าย ความเหมาะสม และความเป็นไปได้ในการเก็บข้อมูล
  • ปรับปรุงเครื่องมือจากผลการทดลองใช้และข้อเสนอแนะของผู้เกี่ยวข้อง
  • หากเหมาะสม เสนอแนวทางตรวจสอบความตรง ความเชื่อมั่น หรือคุณภาพของเครื่องมือตามหลักวิชาการ

6.  จัดทำคู่มือและแนวทางการใช้งาน

  • จัดทำคำอธิบายตัวชี้วัดและข้อคำถาม
  • กำหนดแนวทาง วิธีการ และขั้นตอนการเก็บข้อมูล
  • กำหนดแนวทางการบันทึก ตรวจสอบ และจัดการข้อมูล
  • จัดทำแนวทางการวิเคราะห์และแปลผลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ

7.  สังเคราะห์ผลและให้ข้อเสนอแนะ

  • สังเคราะห์ข้อคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมเวทีและผู้เกี่ยวข้อง
  • เสนอแนวทางนำเครื่องมือไปใช้ในการติดตามผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงประชากรกลุ่มเฉพาะ
  • เสนอแนวทางพัฒนาเครื่องมือในระยะต่อไป เพื่อให้สามารถใช้เป็นเครื่องมือกลางในการติดตามและสังเคราะห์ผลลัพธ์ได้

8.  ปรับปรุงและส่งมอบผลงาน

  • ปรับปรุงเครื่องมือและเอกสารประกอบตามข้อเสนอแนะของผู้ว่าจ้าง
  • ส่งมอบเครื่องมือฉบับสมบูรณ์ พร้อมเอกสารคำอธิบายและแนวทางการใช้งาน
  • ประสานงานกับทีมดำเนินงานและให้คำปรึกษาด้านวิชาการที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน

( ร่าง) เวทีพัฒนาเครื่องมือการเก็บผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงประชากรกลุ่มเฉพาะ วันอังคารที่  22  กันยายน  2569  เวลา  09.30 – 17.00  น. ณ ห้องประชุม  206A  ชั้น  2  สํานักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เป้าหมาย   เครื่องมือเก็บรวบรวมผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ 7+1 วัตถุประสงค์ 1. ออกแบบเครื่องมือเก็บรวบรวมผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ 7+1 2.  แนวทางการเก็บรวบรวมข้อมูลผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง

ผลผลิต   เครื่องมือและแนวทางการเก็บรวบรวมข้อมูลผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลง

08.30 – 09.30  น.                ลงทะเบียน 09.30 – 09.45  น.                ชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดเวทีฯ 09.45 – 11.00  น.                ทิศทางการวัดผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ 7+1 11.00 – 12.00  น.                เครื่องมือสําหรับการเก็บเกี่ยวผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ 12.00 – 13.00  น.                รับประทานอาหารกลางวัน 13.00 – 15.00  น.                (ร่าง) เครื่องมือการเก็บเกี่ยวผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ 15.00 – 17.00  น.                แนวทางการเก็บเกี่ยวผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ

ระยะเวลาดำเนินงาน ระยะเวลาดำเนินงานนับตั้งแต่ลงนามในสัญญา จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569

งบประมาณ ค่าตอบแทนที่ได้รับ รวมทั้งสิ้น 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน)

เงื่อนไขการชำระเงิน จำนวน 2 งวด ประกอบด้วยรายละเอียดดังนี้

งวดที่ สิ่งส่งมอบ ระยะเวลา ค่าตอบแทน

1 1. ใบเสนอราคา พร้อมข้อเสนอการดำเนินงาน 1.1 ข้อเสนอทางเทคนิค: ความเข้าใจในขอบเขตงาน แนวทางดำเนินงาน แผนงานและตัวอย่าง 1.2 ข้อเสนอทางการเงิน (ใบเสนอราคา): ระบุค่าตอบแทน 1.3 ประวัติการทำงาน (CV) พร้อมผลงานที่เกี่ยวข้อง

2. ไฟล์รายงานขั้นต้น (Inception Report)

3. ใบวางบิล (invoice) พร้อมเอกสารประกอบ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัญชีธนาคาร

ภายหลังผู้ว่าจ้างตกลงและทำสัญญากับผู้รับจ้าง กำหนดส่งมอบ ภายในเดือนกันยายน 2569 ก่อนการจัดงาน ผู้ว่าจ้างโอนค่าตอบแทนให้กับผู้รับจ้างในวันที่จัดกิจกรรม (22 ก.ย. 2569) 25,000 บาท

(50% ของ ค่าตอบแทน)

2 1. ไฟล์รายงานการพัฒนาเครื่องมือเก็บข้อมูลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ 1.1 เครื่องมือเก็บข้อมูลฉบับพร้อมใช้งาน รวมถึงแบบฟอร์มและเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง 1.2 คู่มือการใช้เครื่องมือ ประกอบด้วยสำระสำคัญ เช่นวัตถุประสงค์ วิธีการเก็บข้อมูล คำอธิบายข้อคำถาม วิธีการให้คะแนน/ประเมินผล แนวทางการบันทึกและตรวจสอบข้อมูล และแนวทางการวิเคราะห์และแปลผล

2. ใบวางบิล (invoice) พร้อมเอกสารประกอบ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาบัญชีธนาคาร กำหนดส่งมอบ ภายในเดือนกันยายน 2569 หลังการจัดงาน 25,000 บาท

(50% ของ ค่าตอบแทน)

สิทธิในผลงาน ลิขสิทธิ์และกรรมสิทธิ์ในผลงานทั้งหมดเป็นของผู้ว่าจ้าง ผู้รับจ้างไม่มีสิทธิ์นำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ว่าจ้าง

ผู้จัดทำรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของขอบเขตงานจ้าง (ToR) นายเจตนวัฒน์ สลักคำ      ผู้จัดการโครงการบริการสุขภาพภาคการก่อสร้าง

ผู้อนุมัติขอบเขตงานจ้าง (ToR) นายธนดณ ฉันทะธาดาวงศ์ (ผู้รับผิดชอบโครงการ) ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาผลลัพธ์ทางสังคมเชิงระบบ

กรรมการจัดหา เจ้าหน้าที่มูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก

กรรมการตรวจรับ

เจ้าหน้าที่มูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก

ช่องทางการส่งข้อเสนอ โปรดส่งข้อเสนอการดำเนินงาน ใบเสนอราคา และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาที่เว็บไซต์ของมูลนิธิเครือข่าย พัฒนาบ้านเด็ก   และช่องทางอื่นที่ผู้ว่าจ้างกำหนด

ชื่อและที่อยู่ของ “ผู้ว่าจ้าง” เพื่อระบุในใบเสนอราคาและเอกสารสำคัญอื่นๆ โครงการสนับสนุนนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพแรงงานข้ามชาติในแคมป์พักก่อสร้าง รหัสโครงการ 67-00392 สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เลขที่ 99/8 ซอยงามดูพลี แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร: 0994000005377

สถานที่ส่งมอบพัสดุและเอกสารประกอบการส่งมอบ โครงการสนับสนุนนวัตกรรมการสร้างเสริมสุขภาพแรงงานข้ามชาติในแคมป์พักก่อสร้าง รหัสโครงการ 67-0039 2 มูลนิธิเครือข่ายพัฒนาบ้านเด็ก 2836 ถนนสุขุมวิท แขวงบางนาเหนือ เขตบางนา กทม. 10260

Your Profile เงื่อนไขการยื่นข้อเสนอราคา ผู้เสนอราคาต้องเสนอราคาที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่น ค่าขนส่ง ค่าจดทะเบียน และค่าใช้จ่ายอื่นๆทั้งปวง ไว้ด้วยแล้ว ยกเว้นในกรณีที่ผู้เสนอราคาเป็นผู้ประกอบกิจการที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมายสามารถเสนอราคาที่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มได้  ภายในวันที่ 7 กันยายน 2569

เพื่อให้กระบวนการพิจารณาผลการจัดซื้อจัดจ้างและการดำเนินการจัดทำสัญญาเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ จึงกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องยืนราคาตลอดระยะเวลาที่ครอบคลุมจนกว่าจะมีการลงนามในสัญญาแล้วเสร็จ ทั้งนี้ เพื่อให้ราคาและเงื่อนไขที่เสนอมีผลผูกพันผู้ยื่นข้อเสนอ ป้องกันการเปลี่ยนแปลงหรือถอนข้อเสนอภายหลังการพิจารณาผล ซึ่งอาจส่งผลให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเกิดความล่าช้าหรือเสียประโยชน์ต่อผู้ว่าจ้าง

เอกสารที่ต้องยื่นประกอบการเสนอราคา

1.     ข้อเสนอทางเทคนิค: ความเข้าใจในขอบเขตงาน แนวทางดำเนินงาน แผนงานและตัวอย่าง

2.     ข้อเสนอทางการเงิน (ใบเสนอราคา): ระบุค่าตอบแทนรวม (รวม/ไม่รวม VAT)

3.     ประวัติการทำงาน (CV) พร้อมผลงานที่เกี่ยวข้อง

อัตราค่าปรับ สงวนสิทธิ์ค่าปรับกรณีส่งมอบเกินกําหนดโดยคิดค่าปรับเป็นรายวันในอัตราร้อยละ 0.10 ต่อวัน สูงสุดไม่เกิน 10% ของมูลค่าตามใบสั่งซื้อ/จ้าง/เช่า หรือสัญญา

กระบวนการตรวจรับงานและการประกันคุณภาพ คณะกรรมการตรวจรับจะดำเนินการพิจารณาผลงานและสิ่งส่งมอบภายใน 7 วันทำการ นับจากวันที่ได้รับจากผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการต้องดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 (ถ้ามี) หากผลงานยังไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ผู้ให้บริการจะต้องดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมจนกว่าจะได้รับอนุมัติ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

อนึ่ง หากผู้ให้บริการไม่สามารถส่งมอบงานได้ตามกำหนดเวลา ผู้ให้บริการยินยอมให้มีการปรับในอัตรา ร้อยละศูนย์จุดหนึ่ง (0.1%) ของมูลค่าสัญญาทุกวัน จนกว่าจะส่งมอบงานแล้วเสร็จ ทั้งนี้ กำหนดค่าปรับสูงสุดไม่เกินร้อยละสิบ (10%) ของมูลค่าสัญญาก่อนที่สัญญาจะถูกยกเลิก และผู้ว่าจ้างขอสงวน สิทธิ์ที่จะไม่จ่ายเงินที่เหลือและรับผลงานที่ส่งมาแล้ว

เอกสารที่ต้องยื่นภายหลังได้รับพิจารณาและดำเนินการเซ็นสัญญาว่าจ้าง

1. สัญญาว่าจ้างที่ผ่านการลงนามครบถ้วน;  (แบบสัญญาซื้อ/จ้าง/เช่า)

1.1 ลงนามโดย (1) ผู้ให้บริการ (2) ผู้รับผิดชอบโครงการ (3) พยาน

1.2 ติดอาการแสดมป์ (หรือตีตราสาร) อย่างครบถ้วนถูกต้องทั้งสองฉบับ (สัญญาต้นฉบับและคู่ฉบับ)

2. เอกสารอื่นๆ ข้อเสนอทางการเงินและเอกสารประกอบ

สอบถาม เพิ่มเติม  กรุณาติดต่อ นายเจตนวัฒน์ สลักคำ        ผู้จัดการโครงการบริการสุขภาพภาคการก่อสร้าง  jetnawat@baandekfoundation.org

View & apply on company site →

Sourced from a public career listing. Jobverse is an aggregator, not the employer.

← Search jobs